Meeting Party ทุกศุกร์แรกของเดือน ณ iOffice หน้ากองบิน 41 เชียงใหม่

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ไม่มีใครรรู้เลยว่า เขาคือ "นักไวโอลินระดับโลก"

 


เป็นเรื่องราว ที่เกิดขึ้น ในวันอันแสนหนาวยะเยือกเย็น เมื่อเดือน มกราคม ปี 2009   

 

    

นักดนตรีคนหนึ่ง   ยืนอยู่บริเวณทางเข้า สถานีรถไฟใต้ดิน
"L‘Enfant Plaza" ( วอชิงตัน ดี ซี )วอชิงตัน ดี ซีว



                  เขาเล่นดนตรีหลายเพลงนานถึง 45 นาที  



ขณะนั้น เป็นเวลา ประมาณ 8.00 น. ผู้โดยสารนับพัน นับหมื่น รีบเร่งเดินทางไปทำงาน

การแสดงผ่านไป 3 นาที ชายกลางคนชลอความเร็วลง หยุดฟังไม่กี่วินาที แล้วเร่งฝีเท้าเดินจากไป

อีก 1 นาทีต่อมา  นักดนตรีได้รับเงิน 1 ยูเอสดอลล่าร์แรก จากหญิงสาวคนหนึ่ง แต่หล่อนก็ไม่ได้หยุดฟัง เวลาผ่านไปหลายนาที   มีผู้โดยสารคนหนึ่ง หยุดดูอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ แล้วก็เดินจากไป


สิ่งที่ทำให้ให้นักคนตรีคนนี้ ประทับใจ ก็คือ เด็กชาย อายุ 3 ขวบ หยุดฟังการแสดงอย่างสนใจ แต่มารดา ทั้งฉุดทั้งดึงให้ลูกชายเดินต่อไป แต่เด็กชาย เดินไปพลาง เหลียวหลัง หันมาดู จนเดินลับตาไป    

 

ตลอดเวลา การแสดง 45 นาที มีเพียง 7 คน ที่หยุดดูการแสดง เขาได้รับเงินจากการแสดง 32 ยูเอส ดอลล่าร์ เมื่อเขาจบการแสดง ไม่มีคนสนใจ ไม่มีใครปรบมือให้ ในจำนวนคนนับพันที่ผ่านไปมา มีเพียง 1 คน เท่านั้น ที่สนใจการแสดงของเขาจริงๆ

 



ไม่มีใคร รู้ว่า แท้จริงแล้ว เขาคือ Joshua Bell หนึ่งในนักดนตรีไวโอลินระดับโลก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน หนึ่งของนันักนัดนตรี

ไม่มีไใคร

เขาเลือกเล่นเพลงที่จัดว่าเล่นยากที่สุดในโลก มาแสดงในวันนั้นที่สถานีรถไฟใต้ดิน

นอกจากนั้น ไวโอลิน ที่ใช้เล่นเป็นไวโอลินอิตาลีที่ผลิตในปี ค.ศ. 1713 มีมูลค่าสูงถึง

3 ล้าน 5 แสน ยูเอส ดอลล่าร์ (ประมาณ 117 ล้าน บาท)

ก่อนหน้า การแสดงที่สถานีรถไฟใต้ดิน 2 วัน เขาได้เข้าร่วมการแสดงดนตรี

ที่บอสตัน ถึงแม้บัตรจะราคาหลายร้อยเหรียญสหรัฐ แต่บัตรก็ขายจนหมด

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง

   

การที่ Joshua Bell ไปเล่นไวโอลิน ที่สถานีรถไฟใต้ดิน นั้น
ทีมงานหนังสือพิมพ์วอชิงตันออนไลน์  จัดทำขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อ ทดสอบพฤติกรรมของคนในการรับรู้...รสนิยม และปฎิกิริยา

 

  

 

เพื่อต้องการคำตอบที่ว่า ขณะที่คนเราอยู่ในที่สาธารณะ อยู่ในเวลาที่รีบเร่ง

คนเราจะยังสามารถรับรู้ความสุนทรีย์รอบข้างได้หรือไม่ เราสามารถหยุดเพื่อรับรู้ความสวยงามเหล่านี้ได้หรือไม่   เราสามารถค้นพบอัจฉริยะในสภาพแวดล้อมที่รีบเร่งหรือไม่



อาจจะมีบทสรุปคือ หากคนเราคิดว่าไม่มีเวลาที่จะหยุดลงซักครู่ เพื่อฟังดนตรีที่

บรรเลงโดยนักดนตรีที่มีความสามารถ เล่นเพลงที่แต่งอย่างสละสลวย

ไม่รู้ว่า ยังมีคนอีกมากมายเท่าไหร่   ที่พลาดสิ่งดีๆ รอบตัวไปอย่างน่าเสียดาย



วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นิยามคำว่าเพื่อน

คอยเตือน         ยามเพื่อนพลั้ง

คอยฟัง           ยามเพื่อนขอ

คอยรอ           ยามเพื่อนสาย

คอยพาย          ยามเพื่อนพัก

คอยทัก           ยามเพื่อนทุกข์

คอยปลุก          ยามเพื่อนท้อ

คอยง้อ            ยามเพื่อนงอน

คอยสอน           ยามเพื่อนผิด

คอยสะกิด          ยามเพื่อนเผลอ

คอยเจอ            ยามเพื่อนหา

คอยลา             ยามเพื่อนกลับ

คอยปรับ           ยามเพื่อนเปลี่ยน

คอยเรียน           ยามเพื่อนเที่ยว

คอยเคี่ยว           ยามเพื่อน! เล่น

คอยเย็น           ยามเพื่อนร้อน

คอยหอน           ยามเพื่อนเห่า

คอยเฝ้า            ยามเพื่อนฟุบ

คอยอุบ             ยามเพื่อนปิด

คอยคิด             ยามเพื่อนถาม

คอยปราม           ยามเพื! ่อนหลง

คอยปลง            ยามเพื่อนแกล้ง

คอยแบ่ง            ยามเพ! ื่อนหมด

คอยอด             ยามเพื่อนทาน

คอยคาน            ยามเพื่อนล้ม

คอยชม              ยามเพื่อนชนะ

คอยสละ             ยามเพื่อนชอ! บ

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ยิ่งกว่า Titanic


ข้อคิดในกระต่ายกับเต่า เวอร์ชั่นชีวิตจริง

กระต่ายกับเต่า  เวอร์ชั่นชีวิตจริง

โปรแกรมของคุณอาจไม่สนับสนุนการแสดงรูปภาพนี้   

      กาลครั้งหนึ่ง เจ้าเต่ากับกระต่ายเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน  ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง 
ก็มีการกำหนดเส้นทางวิ่งแล้วก็เริ่มการแข่งขัน 
เจ้ากระต่ายนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ 
คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก่อนแข่งต่อก็คงดี 
ไปๆมาๆก็ง่วงสิ ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว 
นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้าๆแต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้ (เหมือนกัน) 
นี่เป็นเวอร์ชั่นเดะๆที่เราคุ้นหูกัน 
 

ต่อเลยนะ.......ครับ

 
    เจ้ากระต่ายสันหลังยาวก็อารมณ์บ่จอยตามระเบียบที่แพ้ 
มันจึงค้นหาจุดอ่อนของตนเอง   มันก็พบว่าความมั่นใจในตัวเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจ ของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้ 
ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้าไหนจะเอาชนะมันได้ 
มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง 
“เฮ้ย..เมื่อกี๊ฟลุ้คอ๊ะป่าว แน่จริง..ใหม่เด่ะ” เจ้าเต่าก็ตกลง  
"ย่อมได้ไอ้น้อง”.... 
 
แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอย 
เราได้ข้อคิดอะไรล่ะ... 
 
ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ 
ถ้าเราเปรียบเทียบคนสองคนในองค์กรของเรา คนหนึ่งช้าจริง 
ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไรๆไม่เคยพลาดไว้ใจได้แน่นอนในผลงานของเขา 
เทียบกับอีกคนหนึ่งที่เร็วและก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ 
คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้นๆมากกว่า 
 
เรื่องยังไม่จบแค่นี้ 
คราวนี้ถึงทีเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่า 
เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะกระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้ 
มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ 
แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย 
เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้วเพ่ พอการแข่งเริ่มปุ๊บี่ 
เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดเลย 
จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง “เฮ้ย!!!..เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะตู...” 
เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลย 
 
เจ้ากระต่ายมัวแต่เง็งว่าจะทำไงดี 
จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็จ๋อมลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.... 
 
พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้ 
ตนเองได้เปรียบมากที่สุดี 
 
ย๊างงง ยังไม่พอ มีต่อ.... 
 
ด้วยน้ำใจนักกีฬา ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว 
ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกัน 
การแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุดจะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น 
 
ดังนั้น พวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์ค 
 
เริ่มต้นเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง จนถึงริมแม่น้ำ 
เจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป 
พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน 
 
ผลการแข่งครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย(ตัว)มากกว่า 
การแข่งครั้งก่อนๆหน้านี้ 
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.... 
 
การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี 
แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น 
ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋งคนอื่นเจ๊ง 
ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊งแต่คนอื่นเจ๋ง 
 
ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์ 
 
ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้นๆเป็นผู้นำกลุ่มในแต่ละช่วง 
สถานการณ์ที่เหมาะกับความสามารถของเขา 
 
นอกจากนี้เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ไม่ว่าเต่าหรือกระต่าย 
ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มหรือท้อแท้หลังจากความความล้มเหลวได้เกิดขึ้น 
กระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองโดยการทำงานที่หนักขึ้น 
และเพิ่มความมุมานะในงานของตนเองหลังจากพบความล้มเหลว 
ส่วนเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ 
เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนักที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้ว ในชีวิต 
เมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว 
บางครั้งเราก็ควรจะทำงานให้หนักขึ้นและมีความเอาใจใส่ในงานมากกว่าเดิม 
บางครั้งก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงานและทดลองในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างออกไป 
และในบางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างเลย 
 
นอกจากนั้น กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่างคือ 
เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคล 
แล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน พวกมันจะทำงานได้ดีขึ้นมาก
 

ที่มา...ไทยรีดเดอร์คลับ 

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Nice quotes



- Prayer is not a "spare wheel" that you pull out when in trouble; 

   It is the "steering wheel" that directs the right path throughout. 

- Do you know why a Car's WINDSHIELD is so large & the Rearview Mirror is so

   small?
   Because our PAST is not as important as ur FUTURE. Look Ahead and Move on. 

- Friendship is like a BOOK.

   It takes few seconds to burn, but it takes years to write. 

- All things in life are temporary.

   If going well, enjoy it, they will not last forever.  

   If going wrong, don't worry, they can't last long either. 

- Old Friends are Gold!

   New Friends are Diamonds!

   If you get a Diamond, don't forget the Gold, because to hold a Diamond, you

   always need a Base of Gold! 

- Often when we lose hope and think this is the end, GOD smiles from above and 

   says, "Relax, sweetheart, it's just a bend, not the end"

 - When GOD solves your problems, you have faith in HIS abilities;

    When GOD doesn't solve your problems HE has faith in your abilities.

 - A blind person asked his friend: "Can there be anything worse than losing eye 

    sight?"
    His friend replied: "Yes, losing your vision!"

 

 - When you pray for others, God listens to you and blesses them, and sometimes, when you

    are safe and happy, remember that someone has prayed for you. 
 
- WORRYING does not take away tomorrows' TROUBLES,

   It takes away today's PEACE


ได้อะไรจากถังที่แตกร้าว (เมล์ที่ดีที่สุดที่ได้รับในรอบปี)


Photobucket


  
  
 

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร

ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก

ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง

แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน

จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว


 

Photobucket


 

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง

ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง

มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา


 

Photobucket


 

หลังจากเวลา ปี ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น

วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า

ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า

ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน '


 

Photobucket


 

คนตักน้ำตอบว่า เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า

แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง


 

Photobucket


  
 

เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า

และทุกวันที่เราเดินกลับ ... เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น

เป็นเวลา ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว

ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว ... เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้ '


 

Photobucket


  
 

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น

อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้

สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น

และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง


 

Photobucket


  
 

มองโลกหลายๆ ด้าน เพราะคนเราไม่ได้มีแต่ข้อเสียเท่านั้น

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อีนี้แก้ เคียด นะนาย....:) :) :)

ชายอินเดีย..ยอดนักขาย

 
ชายอินเดียย้ายไปอยู่ที่มอนทรีล เขาไปสมัครงานที่ห้างใหญ่แห่งหนึ่งผู้จัดการถามเขาว่า 
"คุณเคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาบ้าง ไม๊?"
  

เขาตอบว่า 
"ตอนอยู่ที่บ้านเดิมเคยเป็นพนักงานขาย จ้านายจ๋า"
  

ผู้จัดการจึงรับเข้าทำงาน 
"ยูมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะ หลังจากปิดร้านไอจะลงมาตรวจว่ายูทำอะไรไปบ้าง 
แต่ขอแนะนำอะไรหน่อยนะ อย่างถ้าลูกค้ามาซื้อยาสีฟัน นาย ก็น่าจะแนะนำให้เขาซื้อแปรงสีฟัน และ ครีมโกนหนวดไปด้วย อะไรประมาณนี้นะ เข้าใจไม๊?"

 
"ชัวร์ อีนี้ ฉานเข้าใจครับ"
  

การทำงานวัน แรกแม้จะยากแต่แขกคนนี้ก็ผ่านมันมาได้ หลังจากปิดร้านผู้จัดการก็มาดู

 "เป็น ไง ได้ลูกค้ากี่รายวันนี้?"

 "อีนี้ รายเดียวขอรับ"
  

ผู้จัดการร้องลั่น 
"หา รายเดียวเองเหรอรู้ไม๊ว่า ทั่วไปเค้า ขายกันได้เฉลี่ยวันละ 20 หรือ 30 รายเชียวนะ  แล้วยูขายได้เงินมาเท่าใหร่ฟะ "
  
ผู้จัดการเริ่มออกอาการไม่พอใจขนาดหนัก
  

แขกตอบว่า 
"201,237 ดอลล่าร์ครับ"
  

ผู้จัดการตกใจ 
"หา? 201,237 ดอลล่าร์ เหรอท่านขายอะไรให้เค้าไปน่ะ?" (สรรพนาม เริ่มเปลี่ยนทันที)
  

"ทีแรกก็เบ็ดตกปลาขนาดเล็ก แล้วก็เบ็ดขนาดกลาง แล้วก็เบ็ดขนาดใหญ่ แล้วก็คันเบ็ดรุ่นใหม่ จากนั้น พอฉานถามเขาว่าจะไปตกปลาที่ไหน เขาตอบว่าจะไปที่ชายฝั่ง  ฉานเลยเสนอว่า เขา น่าจะมีเรือสักลำ เราเลยลงไปดูที่แผนกเรือ แล้วก็ขายเรือ Chris เครื่องยนต์คู่ให้เขา  แล้วเขาก็บอกว่าสงสัยรถ Honda Civic ของ เขาคงจะลากเรือลำนี้ไม่ไหว ฉานเลยพาเขาลงไปที่ แผนกรถยนต์  แล้วก็ขาย TOYOTA LAND CRUISER 4X4 ให้เขาไปได้อีกคันครับ"   
ผู้จัดการถามว่า 
"หมายความว่ามีชายคนหนึ่งมาที่นี่ เพื่อที่จะซื้อขอเบ็ดอันเดียว แต่ท่านขายเรือกับรถกระบะให้เค้าได้งั้นเหรอ?"
  

แขกก็ตอบว่า 
"โอ้ โนๆๆๆ อีนี้เปล่าครับ เปล่า เขาแค่มาซื้อผ้าอนามัยให้เมีย แต่อีนี้ฉานเลยบอกเขาว่า ถ้า งั้นไหนๆ สุดสัปดาห์นี้ ยังไงนายก็จะเหงา เพราะไม่ได้มีอะไรกับเมีย แน่ๆ ดังนั้น อีนี้ อย่าช้า ไปตกปลาดีกว่ามั้ง!!